สวัสดีค่ะทุกๆ คน กลับมาอีกแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ รอบนี้คิดหนักเหมือนกันว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี (จะว่าไปก็คิดหนักทุกๆ รอบ) ที่คิดหนักไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องเขียนนะคะ มันมีเยอะเกินไป เป็นเพราะโค้กพึ่งเขียนบล็อก ก็เลยมีเรื่องเก่าๆ อยากจะเขียนเล่าด้วย "ตามประสาวัยรุ่น เลือดในตัวยังกระฉูดน่ะค่ะ" จึงทำให้ตัดสินใจยากมากเลย

 

แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องเที่ยวอีกแล้ว เดี๋ยวเอาไว้วันหลังจะเอาเรื่องเรียน กิน มาเขียนบ้างค่ะ (ต้องรักษาภาพพจน์นิดหนึ่ง เพราะโค้กก็เป็นเด็กตั้งใจเรียนเหมือนกัน) ตอนสุดท้ายตัดสินใจยกเอาเรื่องโรมมาเขียน เหตุผลก็คือพึ่งไปโรมตอนเดือนกุมภาพันธ์ (2555) ที่ผ่านมาเองค่ะ ครั้งนี้เป็นรอบที่ 4 แล้ว ในการไปเยือนโรม และครั้งนี้ไปเพื่อติดต่อธุระที่สถานทูตไทยในโรม

 

พอมีเวลาเหลือสามถึงสี่ชั่วโมง เลยชะแว้บเที่ยวซะ ไหนๆ ต้องตื่นแต่เช้ามืด (ไม่เคยตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นมานานพอสมควร) แถมวันนั้นที่โบโลญญ่าหิมะก็ตกหนักถึงหนักมาก (ลองดูบทความที่โค้กเคยเขียนไว้ค่ะ) ทำให้รถออกจากบ้านไม่ได้ จะไปรถเมล์เช้าขนาดนี้ก็ยังไม่มีรถเมล์ผ่าน จึงต้องรบกวนให้คุณพ่อไปส่งที่สถานีรถไฟ ด้วยเหตุนี้คุณพ่อก็ต้องตื่นมาขุดหิมะ ตั้งแต่ตี 4 เพื่อให้รถออกจากบ้านให้ได้ คิดจะยกเลิกตั๋วรถไฟก็ไม่ได้เพราะซื้อตั๋วโปรโมชั่น เปลี่ยนตั๋วก็ไม่ได้ จะทิ้งตั๋วก็เสียดายเพราะตั๋วราคาแพงมาก ตั้ง 118 ยูโร (ประมาณเกือบ 5000 บาท) เอาไงเอากัน เลยเลือกที่จะลุยหิมะ ไปกันช้าๆ ในที่สุดก็ไปถึงสถานีรถไฟโดยทุลักทุเล (ต้องขอบคุณคุณพ่อมากๆ ค่ะ ไปถึงที่หมายจนได้)

 

ตั๋วราคา 118 ยูโรนี้คือ ราคาไป - กลับ และเป็นตั๋วราคาแพง เพราะโค้กเลือกเดินทางด้วยรถไฟเร็วใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง (จากโบโลญญ่า – โรม) แต่โค้กก็เคยนั่งรถไฟถูกเหมือนกัน ราคาไป - กลับ 77 ยูโร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง (โบโลญญ่า – โรม) โดยปกติค่ารถไฟของประเทศอิตาลีก็ถือว่าแพงเลยทีเดียว

 

อิตาลีจะมีรถไฟให้เลือกระหว่างรถไฟช้า (Regionale ราคาก็จะถูก) กับรถไฟเร็ว (Frecciarossa ราคาก็จะแพง) แต่ราคาและบริการก็แตกต่างกันมาก รถไฟเร็วก็จะมีสัญญาณ Wifi ให้บริการบนรถไฟด้วย (ก็ตามราคานะคะ) แต่รถไฟราคาถูก (Regionale) เราต้องมาซื้อตั๋วที่สถานีเท่านั้นเพราะเขาไม่มีขายทางอินเตอร์เน็ตแล้ว เข้าเรื่องล่ะ ในที่สุดก็ถึงโรมโดยปลอดภัย อากาศที่โรมในวันนั้นก็มีฝนตกเล็กน้อยซึ่งแตกต่างจากโบโลญญ่าซึ่งหิมะตกหนัก

 

ว่าแล้วเรามาดูภาพบรรยากาศกันดีกว่าค่ะ


หลังจากเสร็จธุระจากสถานทูตไทย โค้กก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินมากินข้าวกลางวันที่สถานีรถไฟ ร้านชื่อว่า Ciao ร้านนี้อยู่ในสถานีเลยค่ะ เหตุผลที่ชอบก็คือ มีอะไรให้เลือกกินเยอะ (อาหารอิตาเลียน) และรสชาติก็ใช้ได้ ราคาก็ไม่แพง พอกินเสร็จก็ขึ้นรถไปจากสถานีไปลงที่ป้าย Colosseo ออกจากสถานีรถไฟก็เห็น Colosseum เลยค่ะ 

2
 
 
 
 
 
 

ภาพ Colosseum จากทางเดินขึ้นทางเข้า Roman Forum

3
 
 
 
 
 
 

รูปทางเข้า Roman Forum โค้กเลือกที่ไม่เข้าเพราะต้องเสียค่าเข้าด้วย แต่สำหรับคนที่จะมาเที่ยวโรมเป็นเวลา 3 วัน และอยากเข้าชมพิพิธภัณฑ์ด้วย โค้กแนะนำให้ซื้อบัตร Roma Pass น่าจะคุ้มกว่าค่ะ สามารถเลือกเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่โรมฟรี 2 ที่ (ไม่น่าจะรวมที่วาติกันด้วย) เกินจาก 2 ที่จะได้รับสวนลด และบัตรนี้ยังสามารถใช้ในการเดินทางด้วยรถสาธารณะหรือรถไฟไต้ดินได้ฟรีถึง วัน ราคา 30 ยูโร แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัด ไม่อยากเดิน ก็สามารถซื้อตั๋วเดินทางเป็นวันได้ เพราะรถไฟใต้ดินที่โรมเชื่อมต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทุกที่ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขี้เกียจเดินเลยค่ะ ราคาตั๋ววันก็ 4 ยูโร สามารถซื้อได้ที่ Tabacchi (ร้านที่มีสัญลักษณ์ตัว T) หรือจะเป็น Edicola (แผงขายหนังสือ) เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติก็มีตั๋ววันขายนะคะ ยังไงลองๆ ดูกันค่ะ

4
 
 
 
 
 
 
โบสถ์ตรงข้ามกับ Palazzo Vittorio Emanuele ท้องฟ้าวันนั้นครึ้มเลยได้ภาพอย่างที่เห็นค่ะ 
 
6
 
 
 
 
 
 
 
ครั้งหนึ่งกับความยิ่งใหญ่ของโรม ในยุคสมัย Julius Caesar ก่อนที่ใครจะมาโรมลองหาซีรี่ย์เรื่อง Rome มาดูนะคะ แล้วเพื่อนๆ จะอินและรู้สึกปลื้มกับความขลัง ของเมืองโรมันเมืองนี้อย่างแน่นอน อย่างที่โค้กเป็น
 
5
 
 
 
 
 

 

 Palazzo Vittorio Emanuele ขนาดถ่ายแค่ครึ่งเดียวยังเห็นความยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ ถ้าถ่ายเต็มๆ จะขนาดไหน ลองนึกดูนะคะ 

7
 
 
 
 
 
 

จุดหมายต่อไปคือบันไดสเปน ขึ้นรถไฟใต้ดินจาก Colosseum ไปที่สถานี (Termini) เพื่อไปเปลี่ยนขึ้นสายสีแดงไปลงที่ป้าย Spagna และจากบันไดสเปน โค้กเลือกที่จะเดินไปยัง Piazza del Popolo เพราะข้างหน้าบันได้สเปนเป็นถนนช๊อปปิ้งทั้งนั้น(แต่แบนด์ระดับสูง เช่น LV GUCCI PRADA และอีกมากมาย

มาถึง Piazza del Popolo ซะทีค่ะ แวะมาหลายที่มาก ถึงซะค่ำเลย 

16
 
 
 
 
 
มาถึงช้าก็เพราะว่า แถวๆ Piazza del Popolo จะมีแหล่งช๊อปปิ้งราคากลางๆ เหมือนกัน
ช่วงที่โค้กไป คือเดือนกุมภาพันธ์เขามีลดราคา พอมาถึงเหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงต้องกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีด้วยต้องทำเวลาอย่างหนักเลยค่ะ 
 
18
 
 
 
 
 
 
ภาพบรรยากาศตอนเย็นที่ Piazza del Popolo กับแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะหมดวัน
แสดงให้เห็นว่าเวลาของโค้กที่โรมใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว........Tongue outTongue out 
 
19
 
 
 
 
 
 
ขออีกสักรูปก่อนออกจาก Piazza del Popolo 
 
1
 
 
 
 
 
 
ถึงเวลาต้องกลับจริงจังแล้วสิ ออกจาก Piazza del Popolo มาขึ้นรถไฟใต้ดินที่ป้าย Flaminio
ไปสถานนีรถไฟ เพื่อกลับไปโลกแห่งความจริง (หมดเวลาอีกแล้วสิ หมดเวลาอีกแล้วสิ)
 
20

 
 
 
 
 
ก่อนที่จะขึ้นรถไฟ รู้สึกหิวเลยตัดสินใจวิ่งๆ ไปซื้อของกิน แล้วก็วิ่งไปขึ้นรถไฟแอบเห็นป้ายบอกเวลารถไฟ รถไฟที่มาจากทางตอนเหนือ ที่เป็นรถไฟช้ายกเลิก ส่วนรถไฟเร็วก็มาถึงโรมช้ากว่ากำหนด 1.30 - 2 ชั่วโมง
เห็นแบบนี้ โค้กคิดว่ารถไฟที่โค้กนั่งมาต้องถึงโบโลญญ่าช้าแน่นอน แต่ถึงแน่ เพราะโค้กต้องไว้ใจรถไฟราคาแพง ในที่สุดก็มาถึงโบโลญญ่า 4 ทุ่มกว่า จากตามกำหนด 2 ทุ่มกว่า ช้ากว่ากำหนด 2 ชั่วโมง คุณพ่อก็มารอรับที่สถานีรถไฟเหมือนเดิน พอออกจากสถานีรถไฟ ก็อย่างที่เห็นในภาพเลยค่ะ